ด่วน! ศาลปกครองตัดสินให้ นศ.คณะวิจิตรศิลป์ มช. มีสิทธิใช้พื้นที่หอศิลป์

ศาลปกครองตัดสินให้นศ.คณะวิจิตรศิลป์ มช. มีสิทธิใช้พื้นที่หอศิลป์ 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัด นายศุภณัฐ บุญสด ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมนายปฐมพงศ์ มานะกิจสมบูรณ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชามีเดียอาร์ต แอนด์ดีไซน์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และตัวแทนนักศึกษาผู้ฟ้องคดีของคำสั่งคุ้มครองการใช้หอศิลป์ มช.ชั่วคราว จำนวน 24 คน ที่ยื่นฟ้องผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรม คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ และอธิการบดี มช. รวม 3 ราย ได้เข้าฟังคำวินิจฉัยศาลกรณีคดีดังกล่าว ตามคดีหมาย
เลขดำที่ 382/2564 มี ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มช. นายธนากร วิทยเบญจางค์ แกนนำพรรควิฬาร์ เข้าร่วม ก่อนถ่ายรูปหมู่และใช้ 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ศาลได้วินิจฉัยคดีดังกล่าวโดยสรุปว่า การขอคุ้มครองใช้หอศิลป์ดังกล่าวเพื่อจัดนิทรรศการและผลงานนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 วันที่ 16-22 ตุลาคม รวม 7 วัน ที่ผ่านมานั้น ได้เลยการจัดงานและเลยกำหนดไปแล้ว จึงไม่สามารถคุ้มครองย้อนหลังได้ จึงยกคำร้องดังกล่าว และจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ซึ่งคดีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการเรียนการสอน จึงไม่มีผลให้เยียวยาภายหลังได้

นายศุภณัฐกล่าวว่า ศาลวินิจฉัยว่ากรณีผู้บริหาร มช.หรือผู้ถูกฟ้องดังกล่าวไม่ได้พิจารณาคำร้องของนักศึกษาที่ขอใช้หอศิลป์จัดแสดงนิทรรศการและผลงานวิชาการเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ แต่ในทางกฎหมายนักศึกษาได้เข้าไปใช้สถานที่ดังกล่าวแล้ว ศาลได้รับรอง หรือชี้ให้เห็นว่าการใช้หอศิลป์เป็นการใช้สถานที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องบังคับคดีดังกล่าวแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีออกไป แต่คำวินิจฉัยได้ระบุว่าอาจารย์และนักศึกษาสามารถเข้าไปใช้สถานที่ดังกล่าวได้ ไม่ใช่การบุกรุกอย่างใด ดังนั้น การแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์และนักศึกษา ข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการนั้น ผู้บริหารต้องคิดหนัก เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลที่ระบุว่าเป็นความผิดของผู้บริหารไม่ได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าว ใช้ในการเรียนการสอน โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก

“คดีดังกล่าว หวังสร้างบรรทัดฐานว่าผู้บริหารไม่ควรดึงดัน หรือยืดเยื้อการละเมิดสิทธินักศึกษาที่ขออนุญาตใช้สถานที่อย่างถูกต้องตามระเบียบมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกทางวิชาการ หากมีการขออนุญาตใช้หอศิลป์อีก ผู้บริหารควรใช้บทเรียนดังกล่าวพิจารณาอนุญาตให้นักศึกษาใช้สถานที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ส่วนการดำเนินการกับผู้บริหารที่ละเลย หรือละเว้นการปฏฺิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการโทษทางวินัย หรือจริยธรรมนั้น ขึ้นอยู่กับนักศึกษาจะดำเนินการอะไรต่อไป” นายศุภณัฐกล่าว

ด้านนายปฐมพงศ์กล่าวว่า ในรายละเอียดของคดี ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าการไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้หอศิลป์ เป็นการกระทำโดยมิชอบตามกฎหมาย เนื่องจากก่อให้เกิดความล่าช้าและความเสียหายตามมาภายหลัง ซึ่งอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรคณะวิจิตรศิลป์มีสิทธิใช้สถานที่ดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ และถูกต้องตามระเบียบ การที่มหาวิทยาลัยแจ้งความดำเนินคดีอาจารย์และนักศึกษาข้อหาบุกรุกนั้นถือเป็นข้อหารุนแรง มีอคติกับนักศึกษาดังกล่าว ซึ่งการเข้าไปใช้สถานที่ดังกล่าวไม่ใช่การบุกรุก หรือสร้างความเสียหายแก่สถานที่ราชการ แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะยึดโยงต่อการสำเร็จการศึกษา และการทำงานในอนาคต

“การแสดงนิทรรศการและผลงานทางวิชาการนั้น ทางหอศิลป์ไม่มีสิทธิตรวจสอบ หรือก้าวก่ายการแสดงผลงานดังกล่าว เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แสดงผลงาน อาจรับรู้ได้แค่รูปแบบและการติดตั้งแสดงผลงานเท่านั้น แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดผลงานของศิลปินได้ ดังนั้น การไม่อนุญาตใช้หอศิลป์จึงเป็นการประวิงเวลา หากไม่แสดงผลงานดังกล่าวน่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดี และไม่สามารถทอดทิ้งนักศึกษาที่แสดงผลงานได้ หรือปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยระเบียบกฎหมาย หากผู้บริหารฟ้องร้องดำเนินคดีกับอาจารย์และนักศึกษาข้อหาบุกรุกนั้น ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว เพราะมหาวิทยาลัยคือรั้วของเสรีภาพและการแสดงออก ซึ่งศิลปะไม่เคยแยกออกจากเรื่องการเมืองตั้งแต่การเกิดขึ้นของมนุษยชาติ” นายปฐมพงศ์กล่าว

ผศ.ดร.ทัศนัยกล่าวว่า ได้คัดลอกสำเนาคำวินิจฉัยของศาลแล้ว เพื่อส่งไปยัง น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนนำเข้าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อสร้างบรรทัดฐานการใช้อาคารสถานที่ของนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไม่เลือกปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line ได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้เสื้อคอเต่าอาจเบาไป! ‘อุตุฯ’ เผย 9-13 พ.ย. กทม.-ปริมณฑล ยะเยือกแตะ 22 องศา
บทความถัดไป‘วีระพล-วุฒิชัย-ธนรัฐ’ ยันฟิตเปรี๊ยะ พร้อมล่าเหรียญ ศึกมวยชิงแชมป์โลก